วันจันทร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2563

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

เว้นแต่เครื่องจักรแล้วก็ชุดเกียร์ที่ชูมาจาก MG GS แล้วทุกสิ่งทุกอย่างใน MG HS 1.5 Turbo นั้นยกเครื่องมาให้ทั้งสิ้น และก็อย่ามีความรู้สึกว่าเครื่องเกียร์เดียวกันมันจะแบบเดียวกันนะ


เราพึ่งก้าวลงจาก MG HS ที่ขับพาไปส่งจุดมุ่งหมายในย่านคลองสานหลังจากใช้เวลาร่วมกันมาราววันครึ่งสองวัน สรุปสั้นๆมันอาจไม่ใช่รถยนต์ที่ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมที่สุด คุ้มคุ้มคุ้มราคาที่สุดในมุมมองของผู้คนจำนวนมาก แต่เชื่อเถอะว่ามันทำออกมาได้ดีมากว่าที่คิดมากไม่น้อยเลยทีเดียวเลยทีเดียว

คุณมีความคิดว่าตนเองคาดหวังอะไรกับการซื้อรถเอสยูวีหรือรถยนต์นั่งเอนกประสงค์หนึ่งคันในราคาล้านนิดๆความสามารถการขับขี่ ความนิ่มนวลของตอนล่าง เทคโนโลยีทันสมัย นั่งสบาย กว้างขวาง ระบบการช่วยเหลือแน่นๆMG HS คือหนึ่งในรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้ครบทั้งหมดทั้งปวง
ออกแบบด้านนอกของตัวรถยนต์คงเอกลักษณ์การออกแบบของ MG แต่ที่พรีเมี่ยมขึ้นเป็นระบบไฟ LED เต็มแบบยังมาพร้อมกับไฟเลี้ยวแบบ Sequential กระเต็มที่เขาพูดว่าเป็นออกแบบที่เสมือนโลโก้อยู่ท่ามกลางดวงดาว ล้อมด้วยพรอบโครเมี่ยม

เสาอากาศแบบครีบปลาฉลาม มีสปอยเลอร์ข้างหลังในตัวท็อป แต่ว่าถ้าหากจะให้โก้เปลี่ยนแปลงสปอยเลอร์หลังแต่ว่า หรือเปลี่ยนมันทั้งยังชุดเลยทั้งยังกรอบวัวรเมี่ยม กันชนหน้าหลังสีดำแบบคันที่เราได้ขับในครั้งนี้บอกเลยว่างาม

ภายในตัวท็อปจะเป็นเบาะแบบ Bucket Seat สะดุดตาไม่มีใครเหมือน ส่วนตัวสำหรับเราที่เป็นผู้ชายหุ่นมาตรฐานก็นั่งสบายดี รับแขน รับหัว ขับก็บันเทิงใจ ตอนนั่งหลับก็สบาย ส่วนเบาะต่อมาเท่าที่นั่งราวๆหนึ่งนับว่าดีและมีการปรับระยะเอนได้

ข้างในห้องโดยสารจัดว่ากว้างรวมทั้งยิ่งดูกว้างมากขึ้นด้วยพาโนรามิคซันรูฟปรับไฟฟ้าพร้อมม่านกันแดด ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่จำเป็นจะต้องมีให้ใช้พร้อม แต่ว่าหลายๆปุ่มแย่างการควบคุมระบบปรับอากาศก็ถูกย้ายไปอยู่ในจอกลางขนาด 10 นิ้วสถานที่ทำงานได้ยอดเยี่ยมเสมือนแท็ปเล็ตแพงๆดีๆเครื่องหนึ่งเลย

เครื่องยนต์แบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือเราบางครั้งอาจจะคุ้นกว่าถ้าเรียกว่า Dual Clutch Transmission หรือ DCT ซึ่งทั้งคู่ยกมาจาก MG GS

อย่าพึ่งตระหนกตกใจที่พวกเราบอกว่ายกมาจาก MG GS เนื่องจากเครื่องยนต์กลไกรวมทั้งเกียร์ชุดดีมีการปรับจูนใหม่ทั้งสิ้น ลืมภาพและก็ความรู้สึกที่น่ารำคาญ ขัดใจใน MG GS ทิ้งไปได้เลย เพราะว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว MG HS นับว่าดียอดมาก ตลอดการใช้งานไม่พบการเปลี่ยนเกียร์ ฟึดฟัด ฮึดฮัด ให้รำคาญ รำคาญใจ แม้ว่าจะเป็นตอนใช้งานในเมืองที่รถติด

เครื่องยนต์กลไกแล้วก็เกียร์ตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับการเดินทางในทริปนี่พวกเราออกจากกรุงเทพมุ่งหน้าเขาใหญ่ จังหวะไหนที่ต้องการจะแซงก็เหลือๆสบายๆอาการเกียร์ทึ่มกระทั่งน่าหงุดหงิดดวงใจไม่มีให้มองเห็น ถ้าเกิดเทียบกับ MG GS แล้ว MG HS จัดว่าเฉลี่ยวฉลาดมากยิ่งกว่าเดิม
หลักการทำงานของเครื่องยนต์กลไก เกียร์ คันเร่ง ตอบสนองตามโหมดการขับขี่ทั้งปวง 4 โหมดอาทิเช่น Eco, Normal, Sport หรือจะใช้โหมด Custom ที่ปรับการโต้ตอบต่างๆทั้งเครื่องยนต์ พวงมาลัยและอื่นๆได้ตามใจ และยังมีปุ่มน่าพิศวงอย่าง Super Sport ที่ให้การตอบสนองแบบเร้าใจที่สุด

แม้เอาโหมดมาตรฐานหรือ Normal เป็นที่ตั้งแล้ว ทางวิศวกรบอกว่าโหมด Sport จะมีรอบที่ตึงกว่าราว 50 รอบต่อนาทีแต่จะทำให้คนขับขี่ใช้ Paddle Shift ได้ ในช่วงเวลาที่โหมด Super Sport จะมีรอบที่สูงกว่าโหมดมาตรฐานราว 400 รอบต่อนาที มีการติดอยู่รอบติดอยู่เกียร์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานมากยิ่งกว่าในโหมด Sport

ความรู้สึกที่ชัดเจนเลยเป็นในโหมด Eco และ Normal นั้นจะให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่นุ่มนวล บางทีอาจจำเป็นต้องรอนิดหน่อยแม้กระนั้นสักพักก็จะรีบแซงด้วยแรงแบบมากเกิน ส่วนในโหมด Sport รวมทั้ง Super Sport จะกดคันเร่งแล้วพุ่งทันใจ ในจังหวะที่การจราจรช้าๆแล้วแตะะๆปลดปล่อยๆก็จะรู้สึกถึงอาการตัวโยกตามก่อนแตะต้องปลดปล่อยคันเร่ง ฮึดฮัดๆพร้อมพุ่งตลอดเวลา

หากมีคนไหนกันบอกคุณว่า MG HS กับ Chevrolet Captiva บ้านพวกเรานั้นแบบเดียวกัน เครื่องเดียวกัน เกียร์เดียวกัน กลุ่ม MG การันตีว่าไม่ใช่ รวมทั้งคนที่ได้ขับทั้งคู่คันแล้วหลังจากนั้นก็บอกว่าคนละเรื่อง

เอาเป็นว่าเรื่องเครื่องจักรรวมทั้งเกียร์ บันเทิงใจ หายห่วง ทั้งความฉลาดของเกียร์และก็การโต้ตอบรวมถึงพลังของเครื่องยนต์ ยิ่งหากคุณชอบฟีลลิ่งของรถยนต์มีเกียร์เจ้านี่น่าจะตอบปัญหา

ส่วนโหมดที่เราชอบมากที่สุดสำหรับเพื่อการเดินทางแบบล่องไปเรื่อยเป็นโหมด Eco ที่ให้การสนองตอบที่นุ่มนวลของคันเร่ง ถ้าหากจะเเซงขาดๆก็กด Super Sport แปลงเรือนไมล์เป็นสีแดง เพื่อเร่งแซงแล้วก็กดอีกรอบกลับมา Eco ที่สำคัญคือพวกเรามีความรู้สึกว่าโหมด Eco นั้นดูเหมือนจะสอดรับกับการใช้แรงงานของระบบช่วยเหลือต่างๆได้เนียนที่สุดอีกด้วย

ต่อมาที่อีกหนึ่งสาระสำคัญคือตอนล่าง New MG HS นั้นช่วงล่างจูนอัพตามแบบ Euro Tuning Suspension โดยใช้ระบบตอนล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ด้านหลังแบบ Multi-Link

ในบริเวณความเร็วต่ำตอนล่างจัดว่าเฟิร์ม นุ่มนวล ดูดซับแรงกระแทกได้ดิบได้ดี แม้ว่าจะมีชนหลุมกระแทกเนินหนักๆบ้างก็ยังจัดว่าเข้าขั้นดีด้วยเหตุว่าอย่างน้อยพี่ที่นั่งมาด้วยก็ไม่บ่น ว่ามันชน โยกเยก โคลงอะไร

แต่ถ้าเกิดขับด้วยความเร็วราวหนึ่งก็จะมีแรงสะท้อนจากถนนหนทางอยู่บ้าง อย่างเห็นบนถนนหลวงลำดับที่ 2 ที่รถบรรทุกใช้งานกันหนาแน่น ถนนพังทลายเละ ปะ พุ หลายจุดจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนได้เยอะ หรือในช่วงทำความเร็วอย่างบนทางด่วน ช่วงรอยต่อระหว่างแผ่นถนนหนทางจะคนขับขี่รู้สึกได้ถึงการกระกระดอนเล็กๆ

ช่วงล่างที่เฟิร์มทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นอกมั่นใจ แต่พวงมาลัยที่ค่อย ควบคุมง่าย หมุนสบาย คุณสุภาพสตรีก็ควงเพลิดเพลินในเขตความเร็วต่ำ-กลาง นั้น พอในเขตความเร็วสูงหรือในโหมดสปอร์ตที่มีการปรับน้ำหนักมากขึ้นเรื่อยๆตามใจเราก็ยังมีความรู้สึกว่าเบาไป

เว้นเสียแต่เรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่พี่ๆสื่อมวลชนที่ร่วมทดลองต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดีมากยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้” แล้ว จำสำหรับแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้วยังเป็นอะไรที่เราถูกใจสุดๆในเรื่องผลดีใช้สอย

นี่คือจอสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ MG เคยมีมาและบรรเจิดระดับแถวหน้าของวงการหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสของรถยนต์ ระบบสัมผัสดีเยี่ยมระดับแท็ปเล็ตดีๆเครื่องหนึ่ง เพียงแค่ถูกล็อคฟังก์ชั่นการใช้งานเอาไว้ด้วยระบบของ MG

ระบบนำทางเป็นของ TomTom ที่บอกเส้นทางได้ดิบได้ดี แม่นยำ ไม่มีเหวอ ไม่มีงงงัน และก็บอกสภาพการจราจรแบบ Real Time พร้อมด้วย True Music คลังเพลงนับล้านแค่กดจอ การเปิดปิดระบบและก็การแจ้งเตือนต่างๆก็ การปรับต้นแบบไฟในห้องโดยสาร อยู่ในจอนี้ทั้งปวงรวมถึงระบบปรับอากาศ

หน้าจอนี้ยังแสดงผลลัพธ์รอบตัวรถแบบ 360 องศา รวมถึงกล้องถ่ายภาพที่ทางซ้ายแล้วก็ขวาในความเร็วต่ำ การแสดงภาพตัวรถยนต์แบบ 3 มิติเพื่อช่วยตรวจภาวะโดยรอบของตัวรถ ทั้งผองเลือกกดบนหน้าจอได้เลย

ในรุ่นท็อปอย่าง MG HS X นั้นเว้นแต่พาโนรามิคซันรูฟแล้วก็เบาะนั่งแล้ว ยังมีระบบระเบียบที่เพิ่มเข้ามาช่วยทั้ง Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist แล้วก็อื่นๆอีกมากมาย

เว้นเสียแต่เรื่องสมรรถนะเรื่องของระบบช่วยเหลือนับว่าเป็นอีกหัวข้อที่ดีกว่าที่พวกเราคาดเอาไว้ การทดงานของ ACC เมื่ออยู่กับโหมดการขับขี่แบบ Eco จะนุ่มนวลลื่นไหลสุดๆดำเนินงานได้ตั้งแต่ความเร็วเริ่ม ออกตัว กระทั่งหยุดสนิทรวมทั้งเมื่อรถยนต์คันหน้าหยุดเราก็หยุด แม้เกินในขณะที่ระบุระบบจะเตือนให้เราเหยียบคันเร่งน้อยเมื่อรถคันหน้าออกสตาร์ทเพื่อ Activate ระบบอีกครั้ง

แต่ว่าในจุดเด่นก็มีข้อเสียถึงแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ จะใช้งานในเมือง ตอนรถติด จราจรไหลๆได้ แม้กระนั้นเพียงพอคันหน้าหยุด ตัวรถยนต์จะเบรกค่อนข้างจะร้ายแรงไปสักหน่อย ถ้าเกิดขับคนเดียวบางทีอาจเพียงพอทนได้ แม้กระนั้นผู้โดยสารมาน่าจะหงุดหงิดรำคาญและก็มึนหัวอยู่

ส่วนผู้ใดกันแน่ที่ต้องการรู้รายละเอียดว่าระบบความปลอดภัยรวมทั้งช่วยเหลืออะไรเพิ่มเข้ามาบ้างนอกจาก 14 ระบบความปลอดภัยรากฐาน ก็โดยประมาณนี้นะครับ
• ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อปรารถนาแปลงเลน LCA (Lane Change Assist)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
• ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)

• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อมีโอกาสเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเปลี่ยน ACC (Adaptive Cruise Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
• ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

สำหรับท่านที่เป็นห่วงเรื่องเสียงในห้องโดยสาร MG HS ถือเป็นรถอีกรุ่นที่เก็บเสียงในห้องโดยสารได้ดิบได้ดี ที่ความเร็วราว 120 กม./ชม. นั้นไม่มีลมตีโหวกเหวก คนไหนกันที่คุ้นชินกับปุ่ม Cruise Control บนพวงมาลัยแบบรถยนต์ญี่ปุ่น จำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวกับการใช้งานที่ก้านแบบรถยนต์ยุโรปเล็กน้อย แม้กระนั้นแป๊ปเดียวก็ชำนาญ

รถคันที่พวกเราได้ขับนั้นจะเป็นคันที่มาพร้อมชุดแต่งวัวรเมี่ยมสีดำ สปอยเลอร์ข้างหลังสีดำ รวมทั้งภายนอกอีกหลายจุด ที่พวกเราเห็นว่าสวยกว่าของเดิมที่เป็นวัวรเมี่ยมเยอะ ราคาอย่างคร่าวๆของทั้งเซ็โคนยู่ที่ไม่เกิน 1.8 – 2 หมื่นบาท

ส่วนคนที่ซื้อรุ่นรองท็อปและก็ตัวข้างล่างนั้น เพิ่มฟังก์ชั่นฝาด้านหลังกระแสไฟฟ้าและเซนเซอร์เพื่อเตะแล้วเปิดฝาท้ายอัตโนมัติได้ในราคาราวๆ 1.8 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปที่เปิดประตูกระแสไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ซื้อฟังก์ชั่นเซนเซอร์เตะเพื่อเปิดไม่ได้

สำหรับโปรโมชั่น 1,000 คันแรก รับส่วนลด 34,000 บาท ในการซื้อชุดอุปกรณ์ตกแต่ง หรือนำไปเป็นส่วนลดของราคาจำหน่ายรถยนต์ได้ทันที พร้อมกับการรับประกันประสิทธิภาพรถนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ปัจจุบันนี้ทะลุไปนานแล้ว แต่ยังไงใช้โปรฯ นี้ได้ในงาน Motor Expo 2019



ราคา MG HS

New MG HS รุ่น C ราคา 919,000 บาท
New MG HS รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
New MG HS รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : รีวิว mg hs
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sample Text