วันศุกร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2563

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

นอกเหนือจากเครื่องยนต์และชุดเกียร์ที่ชูมาจาก MG GS แล้วทุกๆอย่างใน MG HS 1.5 Turbo นั้นยกเครื่องมาให้ทั้งหมด รวมทั้งอย่าคิดว่าเครื่องเกียร์เดียวกันมันจะเหมือนกันนะ


พวกเราเพิ่งก้าวลงจาก MG HS ที่ขับพาไปส่งจุดหมายในย่านลำคลองสานหลังใช้เวลาด้วยกันมาราววันครึ่งสองวัน สรุปสั้นๆมันบางทีอาจไม่ใช่รถยนต์ที่เหมาะสมที่สุด เยี่ยมที่สุด คุ้มคุ้มคุ้มราคาที่สุดในมุมมองของผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย แต่เชื่อเถอะว่ามันทำออกมาได้ดีมากว่าที่คิดเยอะแยะเลยทีเดียว

คุณมีความรู้สึกว่าตัวเองมุ่งหวังอะไรกับการซื้อรถยนต์เอสยูวีหรือรถยนต์นั่งเอนกประสงค์หนึ่งคันในราคาล้านนิดๆสมรรถนะการขับขี่ ความละมุนละไมของช่วงล่าง เทคโนโลยีล้ำยุค นั่งสบาย กว้างใหญ่ ระบบความให้การช่วยเหลือแน่นๆMG HS คือหนึ่งในรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นพวกนี้ครบทั้งปวง
ดีไซน์ด้านนอกของตัวรถยนต์คงเอกลักษณ์การออกแบบของ MG แต่ว่าที่พรีเมี่ยมขึ้นคือระบบไฟ แอลอีดี เต็มต้นแบบยังมากับไฟเลี้ยวแบบ Sequential กระเต็มหน้าเขาบอกว่าเป็นวางแบบที่ราวกับโลโก้อยู่ท่ามกลางดวงดาว ล้อมด้วยพรอบวัวรเมี่ยม

เสาอากาศแบบครีบฉลาม มีสปอยเลอร์ข้างหลังในตัวท็อป แต่ว่าหากจะให้โก้เก๋เปลี่ยนสปอยเลอร์ข้างหลังแต่ว่า หรือแปลงมันทั้งชุดเลยทั้งกรอบวัวรเมี่ยม กันชนหน้าข้างหลังสีดำแบบคันที่พวกเราได้ขับในครั้งนี้บอกเลยว่าสวย

ด้านในตัวท็อปจะเป็นเบาะแบบ Bucket Seat เด่นไม่เหมือนใคร สำหรับเราที่เป็นเพศชายหุ่นมาตรฐานก็นั่งสบายดี รับแขน รับศีรษะ ขับก็สนุกสนาน ตอนนั่งหลับก็สบาย ส่วนเบาะหลังจากนั้นเท่าที่นั่งราวหนึ่งนับว่าดีและมีการปรับระยะเอนได้

ภายในห้องโดยสารจัดว่ากว้างรวมทั้งยิ่งมองกว้างมากขึ้นเรื่อยๆด้วยพาโนรามิคซันรูฟปรับกระแสไฟฟ้าพร้อมม่านกันแดด ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่ต้องมีให้ใช้ครบครัน แม้กระนั้นหลายๆปุ่มแย่างการควบคุมระบบปรับอากาศก็ถูกย้ายไปอยู่ในจอกลางขนาด 10 นิ้วสถานที่ทำงานได้เยี่ยมที่สุดเสมือนแท็ปเล็ตแพงๆดีๆเครื่องหนึ่งเลย

เครื่องยนต์แบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือพวกเราบางครั้งก็อาจจะคุ้นกว่าถ้าเกิดเรียกว่า Dual Clutch Transmission หรือ DCT ซึ่งทั้งคู่ชูมาจาก MG GS

อย่าเพิ่งจะตระหนกตกใจที่เรากล่าวว่าชูมาจาก MG GS เพราะเหตุว่าเครื่องยนต์แล้วก็เกียร์ชุดดีมีการปรับจูนใหม่ทั้งปวง ลืมภาพและความรู้สึกที่น่าหงุดหงิด ขัดใจใน MG GS ทิ้งไปได้เลย เพราะเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว MG HS ถือว่าบรรเจิดมากมาย ตลอดการใช้งานไม่พบการเปลี่ยนเกียร์ ฟึดฟัด ฮึดฮัด ให้หงุดหงิด รำคาญ แม้จะเป็นตอนใช้งานในเมืองที่รถติด

เครื่องจักรและเกียร์ตอบสนองได้เป็นอย่างดี สำหรับในการเดินทางในทริปนี่พวกเราออกจากกรุงเทวดามุ่งหน้าเขาใหญ่ จังหวะไหนที่อยากจะแซงก็เหลือๆสบายๆอาการเกียร์ทึ่มกระทั่งน่าอารมณ์เสียดวงใจไม่มีให้เห็น ถ้าหากเทียบกับ MG GS แล้ว MG HS จัดว่าฉลาดหลักแหลมมากยิ่งกว่าเดิม
รูปแบบการทำงานของเครื่องจักรกล เกียร์ คันเร่ง ตอบสนองตามโหมดการขับขี่ทั้งหมด 4 โหมดเป็นต้นว่า Eco, Normal, Sport หรือจะใช้โหมด Custom ที่ปรับการตอบสนองต่างๆอีกทั้งเครื่องยนต์กลไก พวงดอกไม้รวมทั้งอื่นๆได้ตามใจ แล้วก็ยังมีปุ่มอัศจรรย์อย่าง Super Sport ที่ให้การสนองตอบแบบเร้าใจที่สุด

ถ้าเกิดเอาโหมดมาตรฐานหรือ Normal เป็นที่ตั้งแล้ว ทางวิศวกรพูดว่าโหมด Sport จะมีรอบที่ตึงกว่าราว 50 รอบต่อนาทีแม้กระนั้นจะทำให้ผู้ขับขี่ใช้ Paddle Shift ได้ ในเวลาที่โหมด Super Sport จะมีรอบที่สูงกว่าโหมดมาตรฐานราว 400 รอบต่อนาที มีการติดอยู่รอบติดอยู่เกียร์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานมากยิ่งกว่าในโหมด Sport

ความรู้สึกที่แจ่มชัดเลยคือในโหมด Eco รวมทั้ง Normal นั้นจะให้การสนองตอบต่อคันเร่งที่นุ่มนวล อาจจะต้องรอนิดหน่อยแต่ว่าครู่หนึ่งก็จะรีบแซงด้วยแรงแบบเกินพอ ส่วนในโหมด Sport และก็ Super Sport จะกดคันเร่งแล้วพุ่งทันใจ ในจังหวะที่การจราจรช้าๆแล้วแตะะๆปล่อยๆก็จะรู้สึกถึงอาการตัวโยกตามก่อนสัมผัสปลดปล่อยคันเร่ง ฮึดฮัดๆพร้อมพุ่งตลอดเวลา

ถ้ามีผู้ใดกันบอกคุณว่า MG HS กับ Chevrolet Captiva บ้านเรานั้นเช่นกัน เครื่องเดียวกัน เกียร์เดียวกัน ทีม MG การันตีว่าไม่ใช่ แล้วก็คนที่ได้ขับทั้งคู่คันแล้วก็พูดว่าคนละเรื่อง

สรุปว่าเรื่องเครื่องจักรแล้วก็เกียร์ เพลิดเพลินใจ หายห่วง ทั้งความฉลาดของเกียร์แล้วก็การตอบสนองรวมถึงกำลังวังชาของเครื่องจักร ยิ่งถ้าเกิดคุณถูกใจฟีลลิ่งของรถมีเกียร์เจ้านี่น่าจะตอบโจทย์

ส่วนโหมดที่พวกเราถูกใจเยอะที่สุดสำหรับในการเดินทางแบบล่องไปเรื่อยเป็นโหมด Eco ที่ให้การตอบสนองที่นุ่มนวลของคันเร่ง ถ้าเกิดจะเเซงขาดๆก็กด Super Sport เปลี่ยนเรือนไมล์เป็นสีแดง เพื่อเร่งแซงแล้วหลังจากนั้นก็กดอีกทีกลับมา Eco ที่สำคัญเป็นพวกเรารู้สึกว่าโหมด Eco นั้นดูจะใส่รับกับการใช้แรงงานของระบบช่วยเหลือต่างๆได้เนียนที่สุดอีกด้วย

ถัดมาที่อีกหนึ่งหัวใจหลักคือช่วงล่าง New MG HS นั้นช่วงล่างจูนอัพตามแบบ Euro Tuning Suspension โดยใช้ระบบตอนล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ข้างหลังแบบ Multi-Link

ในเขตความเร็วต่ำตอนล่างจัดว่าเฟิร์ม นุ่มนวล ดูดซับแรงชนก้าวหน้า แม้ว่าจะมีชนหลุมกระแทกเนินหนักๆบ้างก็ยังจัดว่าเข้าขั้นดีเพราะว่าอย่างต่ำพี่ที่นั่งมาด้วยก็ไม่บ่น ว่ามันกระแทก โยกเยก โยกแต่อย่างใด

แต่หากขับด้วยความเร็วราวหนึ่งก็จะมีแรงสะท้อนจากถนนหนทางอยู่บ้าง อย่างมองเห็นบนถนนหลวงเลข 2 ที่รถบรรทุกใช้งานกันหนาแน่น ถนนพังทลายเหลว ปะ พุ หลายจุดจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนได้มาก หรือในช่วงทำความเร็วอย่างบนทางด่วน ช่วงรอยต่อระหว่างแผ่นถนนจะผู้ขับขี่รู้สึกได้ถึงผู้กระทำระกระเด้งเล็กๆ

ช่วงล่างที่เฟิร์มทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นอกมั่นใจ แต่ว่าพวงมาลัยที่ค่อย ควบคุมง่าย หมุนสบาย คุณสุภาพสตรีก็ควงเพลินในบริเวณความเร็วต่ำ-กลาง นั้น พอในบริเวณความเร็วสูงหรือในโหมดสปอร์ตที่มีการปรับน้ำหนักเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วแต่เราก็ยังมีความรู้สึกว่าเบาไป

นอกเหนือจากเรื่องความสามารถการขับขี่ที่พี่ๆสื่อมวลชนที่ร่วมทดลองต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดียิ่งกว่าที่คิดเอาไว้” แล้ว จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้วยังเป็นอะไรที่พวกเราชื่นชอบสุดๆในเรื่องคุณประโยชน์ใช้สอย

นี่คือจอสัมผัสที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่ MG เคยมีมาและก็ดียอดระดับแถวหน้าของวงการหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสของรถยนต์ ระบบสัมผัสบรรเจิดระดับแท็ปเล็ตดีๆเครื่องหนึ่ง ก็แค่ถูกล็อคฟังก์ชั่นการใช้แรงงานเอาไว้ด้วยระบบของ MG

ระบบนำทางเป็นของ TomTom ที่บอกทางเจริญ แม่นยำ ไม่มีเหวอ ไม่มีงงงัน และก็บอกสภาพการจราจรแบบ Real Time และ True Music คลังเพลงนับล้านแค่กดจอ การเปิดปิดระบบรวมทั้งการแจ้งเตือนต่างๆก็ การปรับแบบอย่างไฟในห้องโดยสาร อยู่ในจอนี้ทั้งผองรวมทั้งระบบปรับอากาศ

จอนี้ยังแสดงผลลัพธ์รอบตัวรถยนต์แบบ 360 องศา รวมถึงกล้องที่ทางซ้ายรวมทั้งขวาในความเร็วต่ำ การแสดงภาพตัวรถยนต์แบบ 3 มิติเพื่อช่วยตรวจสภาพโดยรอบของตัวรถยนต์ ทั้งปวงเลือกกดบนหน้าจอได้เลย

ในรุ่นท็อปอย่าง MG HS X นั้นนอกจากพาโนรามิคซันรูฟและเบาะนั่งแล้ว ยังมีระบบระเบียบที่เพิ่มเข้ามาช่วยทั้งยัง Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist แล้วก็อื่นๆอีกเพียบ

นอกเหนือจากเรื่องสมรรถนะเรื่องของระบบช่วยเหลือนับว่าเป็นอีกหัวข้อที่ดียิ่งกว่าที่พวกเราคาดเอาไว้ การทดงานของ ACC เมื่ออยู่กับโหมดการขับขี่แบบ Eco จะนุ่มนวลลื่นไหลสุดๆปฏิบัติงานได้ตั้งแต่ความเร็วเริ่ม ออกสตาร์ท จนกระทั่งหยุดสนิทแล้วก็เมื่อรถคันหน้าหยุดเราก็หยุด ถ้าเกิดเกินตอนที่ระบุระบบจะเตือนให้เราเหยียบคันเร่งน้อยเมื่อรถยนต์คันหน้าออกสตาร์ทเพื่อ Activate ระบบอีกที

แต่ว่าในจุดเด่นก็มีข้อเสียแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ จะใช้งานในเมือง ตอนรถติด จราจรไหลๆได้ แต่พอเพียงคันหน้าหยุด ตัวรถจะเบรกค่อนข้างรุนแรงไปสักนิดสักหน่อย ถ้าขับคนเดียวบางทีอาจพอเพียงทนได้ แม้กระนั้นผู้โดยสารมาน่าจะเบื่อหน่ายแล้วก็เวียนหัวอยู่

ส่วนใครกันแน่ที่ใคร่รู้เนื้อหาว่าระบบความปลอดภัยรวมทั้งช่วยเหลืออะไรเพิ่มเข้ามาบ้างเว้นแต่ 14 ระบบความปลอดภัยพื้นฐาน ก็ประมาณนี้ครับ
• ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
• ระบบช่วยเตือนเมื่ออยากได้เปลี่ยนแปลงเลน LCA (Lane Change Assist)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
• ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)

• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับรถ FCW (Forward Collision Warning)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรเปลี่ยน ACC (Adaptive Cruise Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถยนต์จะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
• ระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

สำหรับท่านที่หนักใจเรื่องเสียงในห้องโดยสาร MG HS ถือเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่เก็บเสียงในห้องโดยสารเจริญ ที่ความเร็วราว 120 กิโลเมตร/ชม. นั้นไม่มีลมตีโหวกเหวก คนใดกันที่คุ้นชินกับปุ่ม Cruise Control บนพวงมาลัยแบบรถประเทศญี่ปุ่น จะต้องใช้เวลาปรับนิสัยกับการใช้แรงงานที่ก้านแบบรถยนต์ยุโรปนิดหน่อย แม้กระนั้นแป๊ปเดียวก็คล่องแคล่ว

รถคันที่เราได้ขับนั้นจะเป็นคันที่มาพร้อมชุดแต่งโครเมี่ยมสีดำ สปอยเลอร์ข้างหลังสีดำ และภายนอกอีกหลายจุด ที่พวกเราคิดว่าสวยกว่าของเดิมที่เป็นวัวรเมี่ยมเยอะแยะ ราคาอย่างคร่าวๆของทั้งยังเซ็โคนยู่ที่ไม่เกิน 1.8 – 2 หมื่นบาท

ส่วนคนที่ซื้อรุ่นรองท็อปและตัวล่างนั้น เพิ่มฟังก์ชั่นฝาด้านหลังไฟฟ้าและเซนเซอร์เพื่อเตะแล้วเปิดฝาท้ายอัตโนมัติได้ในราคาประมาณ 1.8 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปที่เปิดประตูกระแสไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ซื้อฟังก์ชั่นเซนเซอร์เตะเพื่อเปิดไม่ได้

สำหรับโปรโมชั่น 1,000 คันแรก รับส่วนลด 34,000 บาท ในการซื้อชุดวัสดุอุปกรณ์ตกแต่ง หรือนำไปเป็นส่วนลดของราคาขายรถยนต์ได้ในทันที พร้อมการรับรองประสิทธิภาพรถนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร ขณะนี้ทะลุไปนานแล้ว แต่ยังไงใช้โปรฯ นี้ได้ในงาน Motor Expo 2019



ราคา MG HS

New MG HS รุ่น C ราคา 919,000 บาท
New MG HS รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
New MG HS รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : รีวิว mg hs
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sample Text