วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2563

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

เว้นเสียแต่เครื่องยนต์กลไกและก็ชุดเกียร์ที่ชูมาจาก MG GS แล้วทุกสิ่งใน MG HS 1.5 Turbo นั้นยกเครื่องมาให้ทั้งผอง รวมทั้งอย่ามีความคิดว่าเครื่องเกียร์เดียวกันมันจะเหมือนกันนะ


พวกเราพึ่งจะก้าวลงจาก MG HS ที่ขับพาไปส่งจุดหมายในเขตคลองสานหลังจากที่มีการใช้เวลาร่วมกันมาราววันครึ่งสองวัน สรุปสั้นๆมันบางทีอาจไม่ใช่รถที่ดีเยี่ยมที่สุด เยี่ยมที่สุด คุ้มค่าคุ้มคุ้มราคาที่สุดในมุมมองของหลายๆคน แม้กระนั้นเชื่อเถอะว่ามันทำออกมาได้ดีมากว่าที่คิดมากไม่น้อยเลยทีเดียวเลยทีเดียว

คุณคิดว่าตนเองคาดหวังอะไรกับการซื้อรถเอสแสงอัลตราไวโอเลตหรือรถยนต์นั่งเอนกประสงค์หนึ่งคันในราคาล้านนิดๆสมรรถนะการขับขี่ ความละมุนละไมของช่วงล่าง เทคโนโลยีล้ำยุค นั่งสบาย กว้างใหญ่ ระบบความช่วยเหลือเกื้อกูลแน่นๆMG HS คือหนึ่งในรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นพวกนี้ครบทั้งหมด
วางแบบด้านนอกของตัวรถยนต์อาจจะเอกลักษณ์การออกแบบของ MG แม้กระนั้นที่พรีเมี่ยมขึ้นคือระบบไฟ แอลอีดี เต็มรูปแบบยังมากับไฟเลี้ยวแบบ Sequential กระเต็มหน้าเขาบอกว่าเป็นดีไซน์ที่เสมือนโลโก้อยู่ท่ามกลางดวงดาว ล้อมด้วยพรอบวัวรเมี่ยม

เสาอากาศแบบครีบปลาฉลาม มีสปอยเลอร์ข้างหลังในตัวท็อป แต่ว่าถ้าหากจะให้โก้แปลงสปอยเลอร์หลังแต่ หรือเปลี่ยนแปลงมันทั้งยังชุดเลยทั้งยังกรอบโครเมี่ยม กันชนหน้าหลังสีดำแบบคันที่เราได้ขับในคราวนี้บอกเลยว่าสวย

ข้างในตัวท็อปจะเป็นเบาะแบบ Bucket Seat โดดเด่นไม่เหมือนใคร ส่วนตัวสำหรับเราที่เป็นเพศชายหุ่นมาตรฐานก็นั่งสบายดี รับแขน รับหัว ขับก็สนุกสนาน ตอนนั่งหลับก็สบาย ส่วนเบาะต่อมาเท่าที่นั่งโดยประมาณหนึ่งจัดว่าดีและก็มีการปรับระยะเอนได้

ด้านในห้องโดยสารจัดว่ากว้างรวมทั้งยิ่งดูกว้างมากขึ้นเรื่อยๆด้วยพาโนรามิคซันรูฟปรับไฟฟ้าพร้อมม่านกันแดด ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่ต้องมีให้ใช้พร้อม แม้กระนั้นหลายๆปุ่มแย่างการควบคุมระบบปรับอากาศก็ถูกย้ายไปอยู่ในจอกลางขนาด 10 นิ้วสถานที่ทำงานได้ดีเยี่ยมที่สุดราวกับแท็ปเล็ตแพงๆดีๆเครื่องหนึ่งเลย

เครื่องยนต์แบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือเราบางครั้งก็อาจจะคุ้นกว่าถ้าหากเรียกว่า Dual Clutch Transmission หรือ DCT ซึ่งทั้งสองชูมาจาก MG GS

อย่าเพิ่งตกใจที่พวกเรากล่าวว่ายกมาจาก MG GS เพราะว่าเครื่องยนต์และเกียร์ชุดดีมีการปรับจูนใหม่ทั้งปวง ลืมภาพแล้วก็ความรู้สึกที่น่ารำคาญ ขัดใจใน MG GS ทิ้งไปได้เลย ด้วยเหตุว่าเมื่อเทียบกันแล้ว MG HS จัดว่าดีเยี่ยมมากมาย ตลอดการใช้งานไม่เจอการเปลี่ยนเกียร์ ฟึดฟัด ฮึดฮัด ให้รำคาญ รำคาญ แม้ว่าจะเป็นตอนใช้งานในเมืองที่รถติด

เครื่องยนต์และเกียร์สนองตอบได้อย่างดีเยี่ยม ในการเดินทางในทริปนี่เราออกจากกรุงเทพมุ่งหน้าเขาใหญ่ จังหวะไหนที่อยากจะแซงก็เหลือๆสบายๆอาการเกียร์ทึ่มกระทั่งน่าอารมณ์เสียดวงใจไม่มีให้เห็น ถ้าหากเทียบกับ MG GS แล้ว MG HS ถือว่าฉลาดมากยิ่งขึ้น
การทำงานของเครื่องจักร เกียร์ คันเร่ง สนองตอบตามโหมดการขับขี่ทั้งหมด 4 โหมดได้แก่ Eco, Normal, Sport หรือจะใช้โหมด Custom ที่ปรับการตอบสนองต่างๆอีกทั้งเครื่องจักรกล พวงดอกไม้และก็อื่นๆได้ตามใจ รวมทั้งยังมีปุ่มอัศจรรย์อย่าง Super Sport ที่ให้การสนองตอบแบบเร้าใจที่สุด

แม้เอาโหมดมาตรฐานหรือ Normal เป็นที่ตั้งแล้ว ทางวิศวกรพูดว่าโหมด Sport จะมีรอบที่ตึงกว่าราว 50 รอบต่อนาทีแต่ว่าจะทำให้ผู้ขับขี่ใช้ Paddle Shift ได้ ตอนที่โหมด Super Sport จะมีรอบที่สูงกว่าโหมดมาตรฐานราว 400 รอบต่อนาที มีการค้างรอบคาเกียร์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานมากกว่าในโหมด Sport

ความรู้สึกที่แน่ชัดเลยเป็นในโหมด Eco รวมทั้ง Normal นั้นจะให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่นุ่มนวล บางทีอาจต้องรอนิดหน่อยแต่ครู่หนึ่งก็จะเร่งแซงด้วยแรงแบบเกินพอ ส่วนในโหมด Sport แล้วก็ Super Sport จะกดคันเร่งแล้วพุ่งทันใจ ในจังหวะที่การจราจรช้าๆแล้วแตะะๆปลดปล่อยๆก็จะรู้สึกถึงอาการตัวโยกตามก่อนแตะต้องปล่อยคันเร่ง ฮึดฮัดๆพร้อมพุ่งตลอดระยะเวลา

ถ้าหากมีผู้ใดบอกคุณว่า MG HS กับ Chevrolet Captiva บ้านพวกเรานั้นแบบเดียวกัน เครื่องเดียวกัน เกียร์เดียวกัน กลุ่ม MG ยืนยันว่าไม่ใช่ รวมทั้งผู้ที่ได้ขับทั้งคู่คันและก็บอกว่าคนละเรื่อง

ตกลงว่าเรื่องเครื่องจักรกลรวมทั้งเกียร์ พอใจ หายห่วง อีกทั้งความฉลาดของเกียร์และก็การตอบสนองรวมถึงพลังของเครื่องยนต์ ยิ่งถ้าเกิดคุณชอบฟีลลิ่งของรถมีเกียร์เจ้านี่คงจะตอบโจทย์

ส่วนโหมดที่เราถูกใจสูงที่สุดสำหรับในการเดินทางแบบล่องไปเรื่อยๆคือโหมด Eco ที่ให้การสนองตอบที่นุ่มนวลของคันเร่ง ถ้าหากจะเเซงขาดๆก็กด Super Sport แปลงเรือนไมล์เป็นสีแดง เพื่อเร่งแซงรวมทั้งกดอีกทีกลับมา Eco ที่สำคัญเป็นเรามีความรู้สึกว่าโหมด Eco นั้นดูจะใส่รับกับการใช้แรงงานของระบบช่วยเหลือต่างๆได้เนียนที่สุดอีกด้วย

ถัดมาที่อีกหนึ่งหัวใจสำคัญคือช่วงล่าง New MG HS นั้นตอนล่างจูนอัพตามแบบ Euro Tuning Suspension โดยใช้ระบบช่วงล่างข้างหน้าแบบ MacPherson Strut ข้างหลังแบบ Multi-Link

ในเขตความเร็วต่ำตอนล่างจัดว่าเฟิร์ม นุ่มนวล ซึมซับแรงชนได้ดิบได้ดี แม้จะมีชนหลุมชนเนินหนักๆบ้างก็ยังจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีด้วยเหตุว่าอย่างน้อยพี่ที่นั่งมาด้วยก็ไม่พร่ำบ่น ว่ามันกระแทก โยกเยก โคลงแต่อย่างใด

แต่ถ้าหากขับด้วยความเร็วโดยประมาณหนึ่งก็จะมีแรงสะท้อนจากถนนอยู่บ้าง อย่างมองเห็นบนถนนหลวงเลขลำดับ 2 ที่รถบรรทุกใช้งานกันหนาแน่น ถนนหนทางพังเหลว ปะ พุ หลายจุดจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนได้เยอะแยะ หรือในช่วงทำความเร็วอย่างบนทางด่วน ช่วงรอยต่อระหว่างแผ่นถนนหนทางจะผู้ขับขี่รู้สึกได้ถึงผู้กระทำระกระเด้งเล็กๆ

ตอนล่างที่เฟิร์มทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นอกมั่นใจ แต่พวงมาลัยที่ค่อย ควบคุมง่าย หมุนสบาย คุณสุภาพสตรีก็ควงเพลิดเพลินในเขตความเร็วต่ำ-กึ่งกลาง นั้น พอในย่านความเร็วสูงหรือในโหมดสปอร์ตที่มีการปรับน้ำหนักเยอะขึ้นเรื่อยๆตามใจเราก็ยังมีความคิดว่าค่อยไป

เว้นเสียแต่เรื่องสมรรถนะการขับขี่ที่พี่ๆสื่อมวลชนที่ร่วมทดลองต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดีกว่าที่คิดเอาไว้” แล้ว จอแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้วยังเป็นอะไรที่เราถูกใจสุดๆในเรื่องผลดีใช้สอย

นี่คือหน้าจอสัมผัสที่สุดยอดที่สุดที่ MG เคยมีมาและก็บรรเจิดระดับแถวหน้าของวงการหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสของรถยนต์ ระบบสัมผัสดีเยี่ยมระดับแท็ปเล็ตดีๆเครื่องหนึ่ง เพียงแต่ถูกล็อคฟังก์ชั่นการใช้แรงงานเอาไว้ด้วยระบบของ MG

ระบบนำทางเป็นของ TomTom ที่บอกเส้นทางได้ดี แม่นยำ ไม่มีเหวอ ไม่มีงวยงง และบอกสภาพการจราจรแบบ Real Time และ True Music คลังเพลงนับล้านแค่กดจอ การเปิดปิดระบบแล้วก็การแจ้งเตือนต่างๆก็ การปรับรูปแบบไฟในห้องโดยสาร อยู่ในจอนี้ทั้งสิ้นรวมถึงระบบปรับอากาศ

หน้าจอนี้ยังแสดงผลรอบกายรถแบบ 360 องศา รวมทั้งกล้องที่ด้านซ้ายรวมทั้งขวาในความเร็วต่ำ การแสดงภาพตัวรถยนต์แบบ 3 มิติเพื่อช่วยตรวจภาวะโดยรอบของตัวรถยนต์ ทั้งหมดเลือกกดบนหน้าจอได้เลย

ในรุ่นท็อปอย่าง MG HS X นั้นนอกเหนือจากพาโนรามิคซันรูฟและเบาะนั่งแล้ว ยังมีระบบระเบียบที่เพิ่มเข้ามาช่วยทั้งยัง Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist แล้วก็อื่นๆอีกมากมาย

เว้นแต่เรื่องความสามารถเรื่องของระบบช่วยเหลือถือเป็นอีกหัวข้อที่ดีกว่าที่พวกเราคาดเอาไว้ การทดงานของ ACC เมื่ออยู่กับโหมดการขับขี่แบบ Eco จะนุ่มนวลลื่นไหลสุดๆทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วเริ่มต้น ออกสตาร์ท จนถึงหยุดสนิทและก็เมื่อรถยนต์คันหน้าหยุดเราก็หยุด ถ้าหากเกินตอนที่กำหนดระบบจะเตือนให้เราเหยียบคันเร่งน้อยเมื่อรถยนต์คันหน้าออกตัวเพื่อ Activate ระบบอีกครั้ง

แม้กระนั้นในข้อดีก็มีข้อเสียถึงแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ จะใช้งานในเมือง ตอนรถติด จราจรไหลๆได้ แต่ว่าเพียงพอคันหน้าหยุด ตัวรถจะเบรกออกจะรุนแรงไปสักนิดสักหน่อย ถ้าหากขับผู้เดียวอาจพอทนได้ แต่ผู้โดยสารมาน่าจะหงุดหงิดรำคาญแล้วก็มึนหัวอยู่

ส่วนใครที่อยากรู้รายละเอียดว่าระบบความปลอดภัยและก็ช่วยเหลืออะไรเพิ่มเข้ามาบ้างเว้นแต่ 14 ระบบความปลอดภัยรากฐาน ก็ราวนี้นะครับ
• ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อปรารถนาแปลงเลน LCA (Lane Change Assist)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
• ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)

• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับรถ FCW (Forward Collision Warning)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเปลี่ยนแปลง ACC (Adaptive Cruise Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถยนต์ออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถยนต์จะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
• ระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

สำหรับท่านที่ตื่นตระหนกเรื่องเสียงในห้องโดยสาร MG HS นับว่าเป็นรถอีกรุ่นที่เก็บเสียงในห้องโดยสารได้ดิบได้ดี ที่ความเร็วราว 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง นั้นไม่มีลมตีโหวกเหวก ใครที่ชินกับปุ่ม Cruise Control บนพวงมาลัยแบบรถญี่ปุ่น ต้องใช้เวลาปรับตัวกับการใช้แรงงานที่ก้านแบบรถยุโรปบางส่วน แต่ว่าแป๊ปเดียวก็ชำนาญ

รถยนต์คันที่เราได้ขับนั้นจะเป็นคันที่มาพร้อมชุดแต่งวัวรเมี่ยมสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำ และข้างนอกอีกหลายจุด ที่เรามองว่าสวยกว่าของเดิมที่เป็นวัวรเมี่ยมมาก ราคาโดยประมาณของทั้งเซ็โคนยู่ที่ไม่เกิน 1.8 – 2 หมื่นบาท

ส่วนคนที่ซื้อรุ่นรองท็อปรวมทั้งตัวด้านล่างนั้น เพิ่มฟังก์ชั่นฝาด้านหลังไฟฟ้าและเซนเซอร์เพื่อเตะแล้วเปิดฝาท้ายอัตโนมัติได้ในราคาราวๆ 1.8 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปที่เปิดประตูกระแสไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ซื้อฟังก์ชั่นเซนเซอร์เตะเพื่อเปิดมิได้

สำหรับโปรโมชั่น 1,000 คันแรก รับส่วนลด 34,000 บาท สำหรับเพื่อการซื้อชุดเครื่องมือตกแต่ง หรือนำไปเป็นส่วนลดของราคาจัดจำหน่ายรถได้ในทันที และการรับรองประสิทธิภาพรถนาน 4 ปี หรือ 120,000 กม. ปัจจุบันนี้ทะลุไปนานแล้ว แต่ยังไงใช้โปรฯ นี้ได้ในงาน Motor Expo 2019



ราคา MG HS

New MG HS รุ่น C ราคา 919,000 บาท
New MG HS รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
New MG HS รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : mg hs 1.5 turbo
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sample Text