วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2563

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

นอกจากเครื่องยนต์กลไกและชุดเกียร์ที่ชูมาจาก MG GS แล้วทุกสิ่งทุกอย่างใน MG HS 1.5 Turbo นั้นยกเครื่องมาให้ทั้งหมด รวมทั้งอย่ามีความคิดว่าเครื่องเกียร์เดียวกันมันจะเช่นกันนะ


เราพึ่งจะก้าวลงจาก MG HS ที่ขับพาไปส่งจุดหมายในบริเวณลำคลองสานหลังจากที่ได้มีการใช้เวลาด้วยกันมาราววันครึ่งสองวัน สรุปสั้นๆมันอาจไม่ใช่รถยนต์ที่ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมที่สุด คุ้มคุ้มคุ้มราคาที่สุดในมุมมองของคนไม่ใช่น้อย แต่ว่าเชื่อเถอะว่ามันทำออกมาได้ดีมากยิ่งกว่าที่คิดเยอะแยะอย่างยิ่งจริงๆ

คุณรู้สึกว่าตนเองคาดหวังอะไรกับการซื้อรถเอสแสงอัลตราไวโอเลตหรือรถยนต์นั่งเอนกประสงค์หนึ่งคันในราคาล้านนิดๆสมรรถนะการขับขี่ ความนิ่มนวลของตอนล่าง เทคโนโลยีล้ำสมัย นั่งสบาย กว้างใหญ่ ระบบความให้การช่วยเหลือแน่นๆMG HS คือหนึ่งในรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นพวกนี้ครบทั้งหมด
วางแบบด้านนอกของตัวรถยนต์คงจะเอกลักษณ์การออกแบบของ MG แม้กระนั้นที่พรีเมี่ยมขึ้นคือระบบไฟ LED เต็มแบบอย่างยังมากับไฟเลี้ยวแบบ Sequential กระเต็มที่เขากล่าวว่าเป็นวางแบบที่เสมือนโลโก้อยู่ท่ามกลางดวงดาว ล้อมด้วยพรอบโครเมี่ยม

เสาอากาศแบบครีบปลาฉลาม มีสปอยเลอร์หลังในตัวท็อป แม้กระนั้นถ้าเกิดจะให้หรูแปลงสปอยเลอร์หลังแม้กระนั้น หรือเปลี่ยนมันทั้งชุดเลยทั้งยังกรอบโครเมี่ยม กันชนหน้าข้างหลังสีดำแบบคันที่พวกเราได้ขับในคราวนี้บอกเลยว่าสวย

ข้างในตัวท็อปจะเป็นเบาะแบบ Bucket Seat เด่นไม่ซ้ำใคร สำหรับเราที่เป็นผู้ชายหุ่นมาตรฐานก็นั่งสบายดี รับแขน รับศีรษะ ขับก็สนุก ตอนนั่งหลับก็สบาย ส่วนเบาะภายหลังเท่าที่นั่งราวหนึ่งนับว่าดีแล้วก็มีการปรับระยะเอนได้

ภายในห้องโดยสารจัดว่ากว้างและก็ยิ่งดูกว้างมากขึ้นด้วยพาโนรามิคซันรูฟปรับกระแสไฟฟ้าพร้อมม่านบังแดด ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่จำเป็นจะต้องมีให้ใช้ครบครัน แต่หลายๆปุ่มแย่างการควบคุมระบบปรับอากาศก็ถูกย้ายไปอยู่ในจอกลางขนาด 10 นิ้วสถานที่ทำงานได้เหมาะสมที่สุดเหมือนแท็ปเล็ตแพงๆดีๆเครื่องหนึ่งเลย

เครื่องยนต์กลไกแบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับเคลื่อนกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือพวกเราบางทีอาจจะคุ้นกว่าหากเรียกว่า Dual Clutch Transmission หรือ DCT ซึ่งทั้งสองชูมาจาก MG GS

อย่าเพิ่งจะตกอกตกใจที่พวกเราพูดว่ายกมาจาก MG GS เพราะเครื่องจักรแล้วก็เกียร์ชุดดีมีการปรับจูนใหม่ทั้งหมดทั้งปวง ลืมภาพรวมทั้งความรู้สึกที่น่ารำคาญ ขัดใจใน MG GS ทิ้งไปได้เลย เนื่องจากเมื่อเทียบกันแล้ว MG HS นับว่าดีเยี่ยมมาก ตลอดการใช้งานไม่พบการเปลี่ยนเกียร์ ฟึดฟัด ฮึดฮัด ให้อารมณ์เสีย รำคาญ แม้จะเป็นตอนใช้งานในเมืองที่รถติด

เครื่องยนต์กลไกและเกียร์ตอบสนองได้เป็นอย่างดี สำหรับเพื่อการเดินทางในทริปนี่เราออกจากกรุงเทวดามุ่งหน้าเขาใหญ่ จังหวะไหนที่อยากจะแซงก็เหลือๆสบายๆอาการเกียร์ทึ่มจนน่าหงุดหงิดจิตใจไม่มีให้เห็น หากเทียบกับ MG GS แล้ว MG HS ถือว่าฉลาดมากยิ่งกว่าเดิม
แนวทางการทำงานของเครื่องจักรกล เกียร์ คันเร่ง ตอบสนองตามโหมดการขับขี่ทั้งหมด 4 โหมดอย่างเช่น Eco, Normal, Sport หรือจะใช้โหมด Custom ที่ปรับการตอบสนองต่างๆทั้งยังเครื่องยนต์ พวงดอกไม้และก็อื่นๆได้ตามใจ แล้วก็ยังมีปุ่มอัศจรรย์อย่าง Super Sport ที่ให้การสนองตอบแบบเร้าใจที่สุด

ถ้าเอาโหมดมาตรฐานหรือ Normal เป็นที่ตั้งแล้ว ทางวิศวกรกล่าวว่าโหมด Sport จะมีรอบที่ตึงกว่าราว 50 รอบต่อนาทีแต่จะมีผลให้ผู้ขับขี่ใช้ Paddle Shift ได้ ในขณะที่โหมด Super Sport จะมีรอบที่สูงกว่าโหมดมาตรฐานราว 400 รอบต่อนาที มีการติดอยู่รอบติดอยู่เกียร์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานมากยิ่งกว่าในโหมด Sport

ความรู้สึกที่แจ่มแจ้งเลยคือในโหมด Eco รวมทั้ง Normal นั้นจะให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่นุ่มนวล บางทีอาจจำเป็นต้องรอนิดหน่อยแม้กระนั้นครู่หนึ่งก็จะเร่งแซงด้วยแรงแบบมากเกิน ส่วนในโหมด Sport แล้วก็ Super Sport จะกดคันเร่งแล้วพุ่งทันใจ ในจังหวะที่การจราจรช้าๆแล้วแตะะๆปลดปล่อยๆก็จะรู้สึกถึงอาการตัวโยกตามก่อนสัมผัสปลดปล่อยคันเร่ง ฮึดฮัดๆพร้อมพุ่งตลอดเวลา

หากมีผู้ใดกันแน่บอกคุณว่า MG HS กับ Chevrolet Captiva บ้านเรานั้นเหมือนกัน เครื่องเดียวกัน เกียร์เดียวกัน ทีม MG ยืนยันว่าไม่ใช่ รวมทั้งผู้ที่ได้ขับทั้งสองคันแล้วก็กล่าวว่าคนละเรื่อง

ตกลงว่าเรื่องเครื่องยนต์และเกียร์ สุขใจ หายห่วง ทั้งยังความฉลาดของเกียร์แล้วก็การตอบสนองรวมถึงพลังของเครื่องยนต์กลไก ยิ่งหากคุณถูกใจฟีลลิ่งของรถยนต์มีเกียร์เจ้านี่น่าจะตอบโจทย์

ส่วนโหมดที่เราชอบเยอะที่สุดสำหรับการเดินทางแบบล่องไปเรื่อยๆคือโหมด Eco ที่ให้การสนองตอบที่นุ่มนวลของคันเร่ง ถ้าเกิดจะเเซงขาดๆก็กด Super Sport เปลี่ยนแปลงเรือนไมล์เป็นสีแดง เพื่อรีบแซงแล้วก็กดอีกรอบกลับมา Eco ที่สำคัญคือเรารู้สึกว่าโหมด Eco นั้นดูเหมือนใส่รับกับการใช้งานของระบบช่วยเหลือต่างๆได้เนียนที่สุดอีกด้วย

ต่อมาที่อีกหนึ่งข้อสำคัญเป็นช่วงล่าง New MG HS นั้นช่วงล่างจูนอัพตามแบบ Euro Tuning Suspension โดยใช้ระบบตอนล่างข้างหน้าแบบ MacPherson Strut ข้างหลังแบบ Multi-Link

ในย่านความเร็วต่ำช่วงล่างจัดว่าเฟิร์ม นุ่มนวล ดูดซึมแรงกระแทกได้ดิบได้ดี แม้จะมีกระแทกหลุมกระแทกเนินหนักๆบ้างก็ยังจัดว่าเข้าขั้นดีเนื่องจากว่าอย่างต่ำพี่ที่นั่งมาด้วยก็ไม่บ่น ว่ามันกระแทก โยกเยก โคลงเคลงแต่อย่างใด

แต่ว่าถ้าหากว่าขับด้วยความเร็วโดยประมาณหนึ่งก็จะมีแรงสะท้อนจากถนนหนทางอยู่บ้าง อย่างเห็นบนถนนหลวงเลข 2 ที่รถบรรทุกใช้งานกันหนาแน่น ถนนหนทางพังทลายเละ ปะ พุ หลายจุดจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนได้มากมาย หรือในช่วงทำความเร็วอย่างบนทางด่วน ตอนรอยต่อระหว่างแผ่นถนนหนทางจะผู้ขับขี่รู้สึกได้ถึงผู้กระทำระเด้งเล็กๆ

ช่วงล่างที่เฟิร์มทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นอกมั่นใจ แต่ว่าพวงมาลัยที่ค่อย ควบคุมง่าย หมุนสบาย คุณผู้หญิงก็ควงเพลิดเพลินในเขตความเร็วต่ำ-กลาง นั้น พอเพียงในย่านความเร็วสูงหรือในโหมดสปอร์ตที่มีการปรับน้ำหนักเยอะขึ้นเรื่อยๆแล้วแต่เราก็ยังมีความรู้สึกว่าเบาไป

เว้นเสียแต่เรื่องความสามารถการขับขี่ที่พี่ๆสื่อมวลชนที่ร่วมทดสอบต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดียิ่งกว่าที่คิดเอาไว้” แล้ว จำสำหรับแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้วยังเป็นอะไรที่พวกเราซาบซึ้งใจสุดๆในเรื่องคุณประโยชน์ใช้สอย

นี่คือจอสัมผัสที่สุดยอดที่สุดที่ MG เคยมีมาและก็บรรเจิดระดับแถวหน้าของวงการจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสของรถยนต์ ระบบสัมผัสดีเยี่ยมระดับแท็ปเล็ตดีๆเครื่องหนึ่ง เพียงแค่ถูกล็อคฟังก์ชั่นการใช้แรงงานเอาไว้ด้วยระบบของ MG

ระบบนำทางเป็นของ TomTom ที่บอกทางได้ดิบได้ดี แม่นยำ ไม่มีเหวอ ไม่มีงงเต็ก และก็บอกสภาพการจราจรแบบ Real Time และ True Music คลังเก็บของเพลงนับล้านแค่กดหน้าจอ การเปิดปิดระบบแล้วก็การแจ้งเตือนต่างๆก็ การปรับแบบไฟในห้องโดยสาร อยู่ในจอนี้ทั้งหมดรวมทั้งระบบปรับอากาศ

จอนี้ยังแสดงผลลัพธ์รอบข้างรถยนต์แบบ 360 องศา รวมทั้งกล้องถ่ายภาพที่ด้านซ้ายและขวาในความเร็วต่ำ การแสดงภาพตัวรถแบบ 3 มิติเพื่อช่วยตรวจสภาพโดยรอบของตัวรถ ทั้งปวงเลือกกดบนจอได้เลย

ในรุ่นท็อปอย่าง MG HS X นั้นนอกเหนือจากพาโนรามิคซันรูฟรวมทั้งเบาะนั่งแล้ว ยังมีระบบที่เพิ่มเข้ามาช่วยทั้ง Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist และก็อื่นๆอีกเยอะ

เว้นแต่เรื่องสมรรถนะเรื่องของระบบช่วยเหลือถือเป็นอีกหัวข้อที่ดีมากยิ่งกว่าที่เราคาดเอาไว้ การทดงานของ ACC เมื่ออยู่กับโหมดการขับขี่แบบ Eco จะนุ่มนวลลื่นไหลสุดๆดำเนินการได้ตั้งแต่ความเร็วเริ่ม ออกสตาร์ท จนหยุดสนิทรวมทั้งเมื่อรถคันหน้าหยุดพวกเราก็หยุด หากเกินในเวลาที่กำหนดระบบจะเตือนให้เราเหยียบคันเร่งบางส่วนเมื่อรถคันหน้าออกตัวเพื่อ Activate ระบบอีกครั้ง

แต่ว่าในจุดเด่นก็มีข้อเสียแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ จะใช้งานในเมือง ตอนรถติด จราจรไหลๆได้ แต่เพียงพอคันหน้าหยุด ตัวรถยนต์จะเบรกค่อนข้างจะรุนแรงไปสักนิดสักหน่อย ถ้าขับคนเดียวบางทีอาจเพียงพอทนได้ แต่ผู้โดยสารมาน่าจะอารมณ์เสียและเวียนหัวอยู่

ส่วนคนไหนกันที่อยากรู้เนื้อหาว่าระบบความปลอดภัยแล้วก็ช่วยเหลืออะไรเพิ่มเข้ามาบ้างนอกจาก 14 ระบบความปลอดภัยเบื้องต้น ก็ประมาณนี้ครับผม
• ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
• ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)

• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อมีโอกาสเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับรถ FCW (Forward Collision Warning)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบผัน ACC (Adaptive Cruise Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถยนต์ออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถยนต์จะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
• ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

สำหรับท่านที่กังวลใจเรื่องเสียงในห้องโดยสาร MG HS นับว่าเป็นรถยนต์อีกรุ่นที่เก็บเสียงในห้องโดยสารได้ดี ที่ความเร็วราว 120 กม./ชั่วโมง นั้นไม่มีลมตีโหวกเหวก ผู้ใดที่ชินกับปุ่ม Cruise Control บนพวงดอกไม้แบบรถประเทศญี่ปุ่น จำต้องใช้เวลาปรับตัวกับการใช้แรงงานที่ก้านแบบรถยนต์ยุโรปนิดหน่อย แต่ว่าแป๊ปเดียวก็คล่องแคล่ว

รถยนต์คันที่พวกเราได้ขับนั้นจะเป็นคันที่มาพร้อมชุดแต่งโครเมี่ยมสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำ แล้วก็ข้างนอกอีกหลายจุด ที่พวกเรามองว่าสวยกว่าของเดิมที่เป็นโครเมี่ยมมาก ราคาคร่าวๆของอีกทั้งเซ็โคนยู่ที่ไม่เกิน 1.8 – 2 หมื่นบาท

ส่วนผู้ที่ซื้อรุ่นรองท็อปแล้วก็ตัวด้านล่างนั้น เพิ่มฟังก์ชั่นฝาท้ายไฟฟ้าแล้วก็เซนเซอร์เพื่อเตะแล้วเปิดฝาท้ายอัตโนมัติได้ในราคาราวๆ 1.8 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปที่เปิดประตูไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ซื้อฟังก์ชั่นเซนเซอร์เตะเพื่อเปิดมิได้

สำหรับโปรโมชั่น 1,000 คันแรก รับส่วนลด 34,000 บาท ในการซื้อชุดวัสดุอุปกรณ์ตกแต่ง หรือนำไปเป็นส่วนลดของราคาขายรถได้โดยทันที พร้อมทั้งการรับประกันคุณภาพรถนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร เวลานี้ทะลุไปนานแล้ว แต่ยังไงใช้โปรฯ นี้ได้ในงาน Motor Expo 2019



ราคา MG HS

New MG HS รุ่น C ราคา 919,000 บาท
New MG HS รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
New MG HS รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : รีวิว mg hs
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sample Text