วันพฤหัสบดีที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2563

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

รีวิว MG HS 1.5 Turbo เกียร์ DCT อัดฟังก์ชั่นเกินคาด สมรรถนะดีกว่าที่คิด

เว้นเสียแต่เครื่องจักรกลรวมทั้งชุดเกียร์ที่ยกมาจาก MG GS แล้วทุกๆอย่างใน MG HS 1.5 Turbo นั้นยกเครื่องมาให้ทั้งหมด และก็อย่ารู้สึกว่าเครื่องเกียร์เดียวกันมันจะเช่นกันนะ


เราเพิ่งจะก้าวลงจาก MG HS ที่ขับพาไปส่งจุดหมายปลายทางในย่านลำคลองสานหลังจากใช้เวลาด้วยกันมาราววันครึ่งสองวัน สรุปสั้นๆมันบางทีอาจไม่ใช่รถที่ยอดเยี่ยม เลิศเลอที่สุด คุ้มคุ้มคุ้มราคาที่สุดในมุมมองของคนจำนวนไม่น้อย แต่ว่าเชื่อเถอะว่ามันทำออกมาได้ดีมากว่าที่คิดเยอะมากอย่างยิ่งจริงๆ

คุณมีความรู้สึกว่าตัวเองมุ่งมาดอะไรกับการซื้อรถเอสแสงอัลตราไวโอเลตหรือรถยนต์นั่งเอนกประสงค์หนึ่งคันในราคาล้านนิดๆสมรรถนะการขับขี่ ความนุ่มนวลของตอนล่าง เทคโนโลยีล้ำสมัย นั่งสบาย กว้างขวาง ระบบความช่วยเหลือเกื้อกูลแน่นๆMG HS เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีฟังก์ชั่นเหล่านี้ครบทั้งสิ้น
ออกแบบด้านนอกของตัวรถคงเอกลักษณ์การออกแบบของ MG แต่ว่าที่พรีเมี่ยมขึ้นคือระบบไฟ LED เต็มต้นแบบยังมากับไฟเลี้ยวแบบ Sequential กระเต็มที่เขาพูดว่าเป็นออกแบบที่เสมือนโลโก้อยู่ท่ามกลางดวงดาว ล้อมด้วยพรอบโครเมี่ยม

เสาอากาศแบบครีบฉลาม มีสปอยเลอร์ข้างหลังในตัวท็อป แต่ว่าถ้าหากจะให้โก้เปลี่ยนสปอยเลอร์หลังแม้กระนั้น หรือแปลงมันอีกทั้งชุดเลยทั้งกรอบวัวรเมี่ยม กันชนหน้าข้างหลังสีดำแบบคันที่เราได้ขับในครั้งนี้บอกเลยว่าสวย

ด้านในตัวท็อปจะเป็นเบาะแบบ Bucket Seat โดดเด่นไม่มีใครเหมือน สำหรับเราที่เป็นผู้ชายหุ่นมาตรฐานก็นั่งสบายดี รับแขน รับศีรษะ ขับก็สนุกสนาน ตอนนั่งหลับก็สบาย ส่วนเบาะตอนหลังเท่าที่นั่งประมาณหนึ่งถือว่าดีแล้วก็มีการปรับระยะเอนได้

ด้านในห้องโดยสารจัดว่ากว้างรวมทั้งยิ่งมองกว้างเพิ่มมากขึ้นด้วยพาโนรามิคซันรูฟปรับกระแสไฟฟ้าพร้อมม่านกันแดด ปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นต่างๆที่จำเป็นมีให้ใช้ครบถ้วน แม้กระนั้นหลายๆปุ่มแย่างการควบคุมระบบปรับอากาศก็ถูกย้ายไปอยู่ในจอกลางขนาด 10 นิ้วสถานที่สำหรับทำงานได้เยี่ยมที่สุดเสมือนแท็ปเล็ตแพงๆดีๆเครื่องหนึ่งเลย

เครื่องจักรกลแบบ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 162 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร รองรับ E85 ขับเคลื่อนกับชุดเกียร์ Twin Clutch Sportronic Transmission 7 สปีด หรือเราอาจจะคุ้นกว่าถ้าหากเรียกว่า Dual Clutch Transmission หรือ DCT ซึ่งทั้งคู่ยกมาจาก MG GS

อย่าพึ่งตกใจที่เราบอกว่าชูมาจาก MG GS เพราะว่าเครื่องยนต์รวมทั้งเกียร์ชุดดีมีการปรับจูนใหม่ทั้งสิ้น ลืมภาพรวมทั้งความรู้สึกที่น่าหงุดหงิด ขัดใจใน MG GS ทิ้งไปได้เลย เนื่องจากว่าเมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว MG HS นับว่าบรรเจิดมาก ตลอดการใช้งานไม่เจอการเปลี่ยนเกียร์ ฟึดฟัด ฮึดฮัด ให้หงุดหงิด รำคาญใจ แม้จะเป็นตอนใช้งานในเมืองที่รถติด

เครื่องจักรรวมทั้งเกียร์ตอบสนองได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับการเดินทางในทริปนี่เราออกมาจากกรุงเทพมุ่งหน้าเขาใหญ่ จังหวะไหนที่อยากจะแซงก็เหลือๆสบายๆอาการเกียร์ทึ่มจนถึงน่าหงุดหงิดใจไม่มีให้เห็น ถ้าเทียบกับ MG GS แล้ว MG HS ถือว่าเฉลี่ยวฉลาดมากยิ่งกว่าเดิม
หลักการทำงานของเครื่องจักรกล เกียร์ คันเร่ง สนองตอบตามโหมดการขับขี่ทั้งปวง 4 โหมดได้แก่ Eco, Normal, Sport หรือจะใช้โหมด Custom ที่ปรับการโต้ตอบต่างๆอีกทั้งเครื่องจักรกล พวงดอกไม้แล้วก็อื่นๆได้ตามใจ และยังมีปุ่มอัศจรรย์อย่าง Super Sport ที่ให้การตอบสนองแบบตื่นเต้นที่สุด

ถ้าเอาโหมดมาตรฐานหรือ Normal เป็นที่ตั้งแล้ว ทางวิศวกรกล่าวว่าโหมด Sport จะมีรอบที่ตึงกว่าราว 50 รอบต่อนาทีแต่จะทำให้คนขับขี่ใช้ Paddle Shift ได้ ในขณะโหมด Super Sport จะมีรอบที่สูงกว่าโหมดมาตรฐานราว 400 รอบต่อนาที มีการค้างรอบคาเกียร์เอาไว้ให้พร้อมใช้งานมากยิ่งกว่าในโหมด Sport

ความรู้สึกที่ชัดแจ้งเลยเป็นในโหมด Eco แล้วก็ Normal นั้นจะให้การตอบสนองต่อคันเร่งที่นุ่มนวล บางทีอาจจำต้องรอนิดหน่อยแต่ว่าครู่หนึ่งก็จะรีบแซงด้วยแรงแบบมากเกิน ส่วนในโหมด Sport แล้วก็ Super Sport จะกดคันเร่งแล้วพุ่งทันใจ ในจังหวะที่การจราจรช้าๆแล้วแตะะๆปล่อยๆก็จะรู้สึกถึงอาการตัวโยกตามก่อนสัมผัสปล่อยคันเร่ง ฮึดฮัดๆพร้อมพุ่งตลอดระยะเวลา

ถ้ามีคนไหนกันแน่บอกคุณว่า MG HS กับ Chevrolet Captiva บ้านพวกเรานั้นเช่นเดียวกัน เครื่องเดียวกัน เกียร์เดียวกัน กลุ่ม MG รับรองว่าไม่ใช่ รวมทั้งคนที่ได้ขับทั้งสองคันแล้วหลังจากนั้นก็กล่าวว่าคนละเรื่อง

เอาเป็นว่าเรื่องเครื่องจักรกลแล้วก็เกียร์ สบายใจ หายห่วง อีกทั้งความฉลาดของเกียร์และการโต้ตอบรวมทั้งกำลังของเครื่องยนต์ ยิ่งถ้าเกิดคุณถูกใจฟีลลิ่งของรถมีเกียร์เจ้านี่น่าจะตอบโจทย์

ส่วนโหมดที่พวกเราถูกใจสูงที่สุดในการเดินทางแบบล่องไปเรื่อยๆคือโหมด Eco ที่ให้การตอบสนองที่นุ่มนวลของคันเร่ง ถ้าเกิดจะเเซงขาดๆก็กด Super Sport เปลี่ยนแปลงเรือนไมล์เป็นสีแดง เพื่อรีบแซงและจากนั้นก็กดอีกครั้งกลับมา Eco ที่สำคัญคือเรามีความรู้สึกว่าโหมด Eco นั้นดูเหมือนจะสอดรับกับการใช้งานของระบบช่วยเหลือต่างๆได้เนียนที่สุดอีกด้วย

ต่อมาที่อีกหนึ่งสาระสำคัญคือตอนล่าง New MG HS นั้นช่วงล่างจูนอัพตามแบบ Euro Tuning Suspension โดยใช้ระบบช่วงล่างข้างหน้าแบบ MacPherson Strut ข้างหลังแบบ Multi-Link

ในเขตความเร็วต่ำช่วงล่างจัดว่าเฟิร์ม นุ่มนวล ดูดซับแรงกระแทกก้าวหน้า แม้จะมีชนหลุมกระแทกเนินหนักๆบ้างก็ยังจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเพราะอย่างน้อยพี่ที่นั่งมาด้วยก็ไม่บ่น ว่ามันชน โยกเยก โยกแต่อย่างใด

แต่หากว่าขับด้วยความเร็วโดยประมาณหนึ่งก็จะมีแรงสะท้อนจากถนนหนทางอยู่บ้าง อย่างมองเห็นบนทางหลวงหมายเลข 2 ที่รถบรรทุกใช้งานกันหนาแน่น ถนนพังทลายเหลว ปะ พุ หลายจุดจะรู้สึกถึงแรงสะท้อนได้เยอะแยะ หรือในตอนทำความเร็วอย่างบนทางด่วน ช่วงรอยต่อระหว่างแผ่นถนนจะผู้ขับขี่รู้สึกได้ถึงการกระกระดอนเล็กๆ

ช่วงล่างที่เฟิร์มทำให้เข้าโค้งได้อย่างมั่นอกมั่นใจ แม้กระนั้นพวงดอกไม้ที่ค่อย ควบคุมง่าย หมุนสบาย คุณสุภาพสตรีก็ควงเพลิดเพลินในบริเวณความเร็วต่ำ-กลาง นั้น เพียงพอในเขตความเร็วสูงหรือในโหมดสปอร์ตที่มีการปรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามใจเราก็ยังมีความรู้สึกว่าเบาไป

นอกจากเรื่องความสามารถการขับขี่ที่พี่ๆสื่อมวลชนที่ร่วมทดลองต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “ดีมากกว่าที่คิดเอาไว้” แล้ว จำสำหรับแสดงผลแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้วยังเป็นอะไรที่พวกเราติดใจสุดๆในเรื่องผลดีใช้สอย

นี่คือหน้าจอสัมผัสที่สุดยอดที่สุดที่ MG เคยมีมาแล้วก็ดียอดระดับแถวหน้าของแวดวงหน้าจออินโฟเทนเม้นท์แบบสัมผัสของรถยนต์ ระบบสัมผัสบรรเจิดระดับแท็ปเล็ตดีๆเครื่องหนึ่ง ก็แค่ถูกล็อคฟังก์ชั่นการใช้งานเอาไว้ด้วยระบบของ MG

ระบบนำทางเป็นของ TomTom ที่บอกทางก้าวหน้า ถูกต้องแม่นยำ ไม่มีเหวอ ไม่มีมึน รวมทั้งบอกสภาพการจราจรแบบ Real Time พร้อมทั้ง True Music คลังเพลงนับล้านเพียงแค่กดจอ การเปิดปิดระบบและการแจ้งเตือนต่างๆก็ การปรับต้นแบบไฟในห้องโดยสาร อยู่ในจอนี้ทั้งปวงรวมถึงระบบปรับอากาศ

จอนี้ยังแสดงผลรอบตัวรถยนต์แบบ 360 องศา รวมทั้งกล้องที่ด้านซ้ายและก็ขวาในความเร็วต่ำ การแสดงภาพตัวรถยนต์แบบ 3 มิติเพื่อช่วยตรวจภาวะโดยรอบของตัวรถ ทั้งผองเลือกกดบนจอได้เลย

ในรุ่นท็อปอย่าง MG HS X นั้นนอกเหนือจากพาโนรามิคซันรูฟและก็เบาะนั่งแล้ว ยังมีระบบระเบียบที่เพิ่มเข้ามาช่วยทั้ง Adaptive Cruise Control, Lane Keep Assist แล้วก็อื่นๆอีกมาก

นอกจากเรื่องความสามารถเรื่องของระบบช่วยเหลือถือเป็นอีกเรื่องที่ดีมากกว่าที่เราคาดเอาไว้ การทดงานของ ACC เมื่ออยู่กับโหมดการขับขี่แบบ Eco จะนุ่มนวลลื่นไหลสุดๆดำเนินงานได้ตั้งแต่ความเร็วเริ่ม ออกสตาร์ท จนถึงหยุดสนิทและก็เมื่อรถคันหน้าหยุดเราก็หยุด แม้เกินตอนที่ระบุระบบจะเตือนให้พวกเราเหยียบคันเร่งน้อยเมื่อรถคันหน้าออกสตาร์ทเพื่อ Activate ระบบอีกที

แม้กระนั้นในจุดเด่นก็มีข้อเสียถึงแม้ระบบควบคุมอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ จะใช้งานในเมือง ตอนรถติด จราจรไหลๆได้ แต่ว่าพอเพียงคันหน้าหยุด ตัวรถจะเบรกค่อนข้างร้ายแรงไปสักนิด ถ้าเกิดขับผู้เดียวอาจพอเพียงทนได้ แต่ผู้โดยสารมาน่าจะหงุดหงิดแล้วก็เวียนหัวอยู่

ส่วนคนใดกันที่อยากทราบรายละเอียดว่าระบบความปลอดภัยรวมทั้งช่วยเหลืออะไรเพิ่มเข้ามาบ้างนอกจาก 14 ระบบความปลอดภัยรากฐาน ก็ราวๆนี้ขอรับ
• ระบบช่วยเตือนการเปิดประตู DOW (Door Open Warning)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อปรารถนาเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)
• ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)
• ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

Advanced Driver Assistance Systems (ADAS)

• ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHC (Intelligent High-Beam Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อมีโอกาสเสี่ยงต่อการชนรถยนต์คันหน้าในขณะขับขี่ FCW (Forward Collision Warning)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบเปลี่ยนแปลง ACC (Adaptive Cruise Control)
• ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning)
• ระบบช่วยควบคุมรถเมื่อรถจะออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention)
• ระบบช่วยควบคุมรถยนต์ให้อยู่ในเลน LKA (Lane Keep Assist)
• ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ TJA (Traffic Jam Assist)

สำหรับท่านที่ตื่นตระหนกเรื่องเสียงในห้องโดยสาร MG HS ถือเป็นรถอีกรุ่นที่เก็บเสียงในห้องโดยสารได้ดิบได้ดี ที่ความเร็วราว 120 กิโลเมตร/ชม. นั้นไม่มีลมตีโหวกเหวกโวยวาย คนไหนกันที่เคยชินกับปุ่ม Cruise Control บนพวงมาลัยแบบรถญี่ปุ่น ต้องใช้เวลาปรับนิสัยกับการใช้งานที่ก้านแบบรถยุโรปน้อย แต่แป๊ปเดียวก็ชำนาญ

รถคันที่พวกเราได้ขับนั้นจะเป็นคันที่มาพร้อมชุดแต่งวัวรเมี่ยมสีดำ สปอยเลอร์หลังสีดำ และข้างนอกอีกหลายจุด ที่เราเห็นว่างามกว่าของเดิมที่เป็นวัวรเมี่ยมเยอะแยะ ราคาอย่างคร่าวๆของอีกทั้งเซ็ตอยู่ที่ไม่เกิน 1.8 – 2 หมื่นบาท

ส่วนคนที่ซื้อรุ่นรองท็อปแล้วก็ตัวข้างล่างนั้น เพิ่มฟังก์ชั่นฝาท้ายกระแสไฟฟ้าและเซนเซอร์เพื่อเตะแล้วเปิดฝาด้านหลังอัตโนมัติได้ในราคาประมาณ 1.8 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปที่เปิดประตูไฟฟ้าอยู่แล้วนั้น ซื้อฟังก์ชั่นเซนเซอร์เตะเพื่อเปิดมิได้

สำหรับโปรโมชั่น 1,000 คันแรก รับการลดราคา 34,000 บาท สำหรับการซื้อชุดเครื่องมือตกแต่ง หรือนำไปเป็นส่วนลดของราคาจัดจำหน่ายรถยนต์ได้ทันที พร้อมกับการรับรองประสิทธิภาพรถยนต์นาน 4 ปี หรือ 120,000 กม. ในขณะนี้ทะลุไปนานแล้ว แต่ยังไงใช้โปรฯ นี้ได้ในงาน Motor Expo 2019



ราคา MG HS

New MG HS รุ่น C ราคา 919,000 บาท
New MG HS รุ่น D ราคา 1,019,000 บาท
New MG HS รุ่น X ราคา 1,119,000 บาท

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : mg hs 1.5 turbo
Share:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Sample Text